หลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ
เติมไอเดียแห่งแสงไฟที่มีมากกว่าความสว่าง
สร้างมุมมองใหม่ๆให้บ้านสวย และต่างจากที่เคยเป็น
แสง…เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของชีวิตเราเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นแสงจากธรรมชาติ
ดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ หรือแสงจากฝีมือมนุษย์
ซึ่งช่วยให้ชีวิตเราดำเนินไปอย่างปกติสุข
ล้วนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปมากกว่ากัน
หากแต่ที่เรากำลังจะพูดถึงครั้งนี้เราจะพูดถึงเรื่องของ
แสงไฟประดิษฐ์
ซึ่งเราใช้แสงประดิษฐ์ในการดำเนินชีวิตช่วงที่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว
สมัยก่อนเราต้องการแสงเพื่อให้ความสว่างแต่เพียงอย่างเดียว
การเลือกใช้แสงหรือดวงโคมเพื่อการตกแต่งดูจะเป็นเรื่องไกลตัวจนเกินไป
ทั้งๆที่การเลือกสไตล์และลักษณะของดวงโคมก็เป็นอีกหนึ่ง
ในการแนะนำตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยเช่นกัน...
เราจะเริ่มทำความรู้จักการแต่งบ้านด้วยแสงไปทีละห้องพร้อมๆกันเลยค่ะ
1. IN MY LIVING ROOM
ห้องนั่งเล่นมักเป็นห้องที่เชื่อมต่อกับฟังก์ชันอื่นๆภายในบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นส่วนทานข้าว
โถงใหญ่หรือแม้แต่ส่วนแพนทรี่
ดังนั้นคอนเซ็ปต์การตกแต่งในห้องนี้มักจะออกมาในโทนกลางๆ
สะอาดและสบายตา
เน้นไปที่ความใสสว่างจากบรรยากาศโดยรวม
ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเรามักจะเน้นไปที่แสงจากธรรมชาติเป็นหลักใหญ่ๆ
แต่ปัจจุบัน ยามที่แสงธรรมชาติหมดไปช่วงเย็น
โคมไฟมีส่วนสำคัญอย่างมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นโคมห้อยเพดาน, โคมตั้งพื้น
หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เด็ด ๆ
ที่ผสมผสานแนวคิดเรื่องแสงลงไปไว้ในตัวเฟอร์นิเจอร์เองได้อย่างแยบยล
แสงที่ส่องผ่านงานดีไซน์เหล่านี้มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากกับงานตกแต่ง
เพราะไม่ใช่แค่ช่วงเวลาเย็นย่ำค่ำมืดเท่านั้นที่เราจะได้ประโยชน์จากมัน
ยามกลางวัน โคมเหล่านี้ก็เป็นเหมือนของตกแต่ง
หรือถ้าใครรู้สึกว่าแสงจากธรรมชาติแรงเกินไปอยากปิดม่านและเปิดดวงโคมแทน
แสงจากดวงโคมเหล่านี้จะช่วยทำให้บรรยากาศของห้องดู
SOLF และนวลตาได้อย่างเยี่ยมยอดทีเดียว
2. LIGHT IN BEDROOM
ห้องนอนเป็นห้องที่ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและความไม่สบายกายไม่สบายใจจะถูกโยนทิ้งไปพร้อม
ๆ กับการย่างก้าวเข้ามาในห้องนี้
เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องสำหรับการพักผ่อน
แสงที่จำเป็นในห้องนี้จึงไม่จัดแจ้งหรือรุนแรงมากนัก
เน้นไปที่บรรยากาศของแสงสวยๆ จากโคมไฟติดผนัง
และไฟจากโต๊ะข้างเตียง
ที่จะช่วยสร้างความอบอุ่นและสบายตา
แสงไฟที่ควรหลีกเลี่ยงคือโคมห้อยหรือโคมติดเพดานที่มีแสงบาดตา
(GLARE) นอกจากนี้ สวิตช์ ดิมเมอร์ (DIMMER)
ที่ใช้ในการหรี่แสงให้มากหรือน้อยตามความต้องการก็เป็นอุปกรณ์ที่พลาดไม่ได้สำหรับห้องนอนเหมือนกัน
3. ส่วนของบันไดและโถงใหญ่
ในส่วนของห้องโถงและบันได ส่วนที่เรียกได้ว่า
เป็นปราการด่านที่เด่นทีเดียวสำหรับผู้เป็นเจ้าของบ้าน
เพราะนอกจากขนาดของดวงโคมเองที่ค่อนข้างใหญ่ตามขนาดของสเปซแล้ว
รูปลักษณ์ที่เราเลือกมาประดับจึงต้องเข้าตาทั้งสไตล์บ้านและความชอบส่วนตัวของเจ้าของอีกด้วย
แสงที่แนะนำแบ่งเป็น 2 ประเภทค่ะ
โคมให้แสงสว่างที่เป็น GENERAL LIGTHING
โคมที่เน้นการตกแต่งเพื่อความงามเป็นหลัก
NOTE : ข้อควรคำนึงถึงอีกอย่างคือ
ในเรื่องของการเปลี่ยนหลอดไฟยามที่หลอดขาดนั้นเป็นเรื่องสำคัญค่ะ
ไม่ใช่แค่ว่าหลอดขาด
ดวงโคมนั้นก็กลายเป็นปะติมากรรมลอยฟ้าแต่เพียงเท่านั้น
เราอาจเลือกใช้โคมที่มีลักษณะไล่ความสูงลงมาให้เราสามารถใช้บันไดปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดได้ค่ะ
4. DINING ROOM
บรรยากาศในห้องทานอาหารนั้น
บนโต๊ะอาหารที่นอกจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหรูๆแล้ว
แสงเป็นองค์ประกอบใหญ่ทีเดียวที่ช่วยให้มื้ออาหารแต่ละมื้อมีความสมบูรณ์ช่วยให้สีสันและรสชาติอาหารดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
5. CONTEMPORARY
โคมไฟร่วมสมัยที่นิยมใช้วัสดุจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็น
ไม้ กกสาน หรือหวาย เป็นองค์ประกอบหลักของดวงโคม
ดวงโคมชนิดนี้เหมาะสำหรับบ้านเรียกได้ว่าแทบทุกสไตล์
และจากดีไซน์ที่ค่อนข้างเฉียบและรูปฟอร์มที่ไม่หวือหวาเน้นไปที่เส้นสายและเนื้อแท้ของตัววัสดุเอง
ทำให้ดวงโคมชนิดนี้แลดูอบอุ่น สบายตา
ทั้งจากในยามที่ปิดไฟหรือแม้แต่ในยามที่เปิดให้แสงส่องผ่านดวงโคมก็ตาม
ข้อแนะนำของการเลือกใช้ดวงโคมชนิดนี้คือเราไม่ควรเลือกรูปฟอร์มที่ต่างกันจนเกินไปมาใช้ร่วมในสเปซเดียวกัน
เพราะดวงโคมประเภทนี้มักมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นในตัวของมันเองแล้ว
ดังนั้นหากเราเลือกใช้ให้มากดีไซน์จนเกืนไปอาจทำให้ห้องแลดูเป็นโรงลิเกไปได้
แสงใช่ว่าจะให้ประโยชน์แค่ความสว่างแต่เพียงอย่างเดียว
หากแสงยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มให้ทุกมุมของบ้านสว่างสไวไปด้วยความงามที่คุณเองอาจคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว
เพียงแค่คุณรู้จักเลือกและรู้จักนำมาใช้
แสงจะเป็นอีกหนึ่งความงามที่โดดเด่นไม่แพ้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดในบ้านเลย
6. INDIRECT LIGHTING
ดวงไฟประเภทนี้เป็นไฟที่เน้นการสร้างบรรยากาศ
เพราะเราจะไม่เห็นดวงไฟโดยตรง
ส่วนมากจะส่องไปที่เพดานหรือผนังแล้วให้แสงกระทบกลับออกมา
ไฟประเภทนี้ช่วยพรางตาทำให้ห้องดูแล้วสูงขึ้น
โปร่งขึ้นช่วยให้เพดานเตี้ยๆดูเด่นขึ้นอีกด้วย
แต่ใช่ว่าเราไม่เห็นดวงไฟโดยตรงแล้วเราจะไม่ให้ความสำคัญกับมัน
เพราะยามที่เราปิดไฟ
ดวงไฟประเภทนี้ล่ะที่เป็นส่วนหนึ่งในงานปะติมากรรมบนผนังบ้านของเราโดยตรงกันเลย
7. ห้องของเจ้าตัวเล็ก
ห้องเด็ก ห้องที่ใครหลายคนละเลย
ดวงไฟก็ใช้สำหรับให้แสงสว่างแต่เพียงอย่างเดียว
ซึ่งเขาอาจจะเพิ่งเคยนอนคนเดียวเป็นครั้งแรก
หรือเค้าอาจจะเป็นเด็กช่างจินตนาการ
แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่เข้าใจ ไฟดาวไลท์
ไฟนีออน หรือไฟจากโคมบนโต๊ะเขียนหนังสือแบบธรรมดาๆ
ที่เรามีให้เค้าตามมาตราฐานแล้ว
ดวงไฟแบบสร้างสรรค์อาจจะเป็นโคมห้อยเพดาน
หรือไฟติดผนัง
ที่รูปร่างหน้าตาน่าสนใจเลียนแบบจากสิงสาราสัตว์
หรือสีสันที่สดใสสร้างจินตนาการของเด็กๆให้กว้างไกล
หรือใช้เป็นของตกแต่งประดับห้องแทนโมบายที่เห็นจนชินตา
ก็น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ
8. ดาวไลท์และดวงไฟบนเพดาน
ดวงไฟบนเพดานเป็นไฟอีกประเภทหนึ่งที่นอกจากจะให้แสงสว่างแล้ว
ดวงไฟประเภทนี้นอกจากเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามแถมยังเป็นตัวสร้างบรรยากาศได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับบ้านยุคใหม่ที่มักออกแบบให้เพดานสูงโปร่ง
ซึ่งไฟประเภทนี้ช่วยกลบความสูงและทำให้บ้านมีบรรยากาศที่อบอุ่นขึ้นได้เป็นอย่างดี
ส่วนดาวไลท์…ดวงโคมที่มักใช้ควบคู่กับหลอดไฟที่ให้แสงในโทนอุ่น
ซึ่งเหมาะมากสำหรับบ้านอยู่อาศัย
และในปัจจุบันดาวไลท์เองก็มีให้เลือกหลายสไตล์
ทั้งรูปแบบที่เป็นสี่เหลี่ยม รูปแบบวงกลม
หรือที่มาเป็นแผง แผงละ 2-4 ดวงกันไปเลยทีเดียว
และที่สำคัญดาวไลท์สามารถเลือกใช้หลอดได้หลายแบบตามแต่ที่เราต้องการด้วย
เช่น
ประเภทหลอดฮาโลเจนแบบยาว
เหมาะกับห้องที่ต้องการให้แสงที่ฟุ้งและเนียนทั่วกันทั้งห้อง
ไม่สามารถโฟกัสเป็นจุดจุดเดียวได้
ประเภทหลอดฮาโลเจนแบบยาวชนิดฝ้า คล้าย
ๆ กับแบบแรกค่ะ
แต่หลอดแบบนี้เพิ่มการเคลือบสารสีขาวลดความจ้าเวลามอง
คอมแพ็คท์ฟลูออเรสเซนท์ชนิดหลอดตะเกียบขั้วเกลียว
หลอดชนิดนี้ให้แสงได้หลายสไตล์ ทั้ง warm white ,
cool white , day light
ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ทั้งบ้าน
แต่จะเหมาะสำหรับดาวไลท์ทรงกลมหรือเหลี่ยมที่เป็นขั้วเกลียวเท่านั้น
9. OUTDOOR
แสงจากดวงโคมหน้าบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนละเลยหรือบางทีก็นึกไม่ถึง
ว่าแสงที่ใครหลายคนว่าเปลืองไฟนั้นสำคัญขนาดไหน
ซึ่งถ้าบริเวณนอกบ้านไม่มีแสงสว่างเพียงพอ
ปัญหาที่อาจจะตามมาคือ BLACK MIRROR EFFECT
คือ
คนในบ้านไม่สามารถมองผ่านกระจกออกไปเห็นบริเวณนอกบ้านได้เพราะแสงในบ้านจะสะท้อนเป็นเงาดำที่กระจก
ดังนั้นการใช้ไฟนอกบ้าน
นอกจากความสวยงามของดวงโคมแล้ว
แสงสว่างที่เพียงพอก็จะทำให้คนที่อยู่ในบ้านเกิดความรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
เพราะความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
|