|
การเลือกใช้พื้นไม้ |
|
สิ่งที่ควรทราบเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานใน..การเลือกใช้พื้นไม้ |
พื้นไม้ในปัจจุบันนี้พอจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ.เพื่อง่ายต่อการพิจารณาเลือกใช้โดยเบื้องต้นดังนี้คือ
1. ประเภทไม้พื้นที่ต้องไปขัด
และเคลือบผิวที่หน้างาน
ซึ่งเป็นประเภทที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
เนื่องจากในบ้านเรา
จากอดีตที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบันเราใช้วิธีการดังกล่าวอยู่เป็นส่วนใหญ่
2 ประเภทไม้พื้นสำเร็จรูปซึ่งถือว่าเป็นประเภทที่ค่อนข้างใหม่
และเพิ่งเริ่มมีการใช้ในบ้านเราและได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ
มาประมาณ 4-5 ปี
โดยไม้พื้นประเภทนี้ได้ขัดหรือเคลือบสีหรือเคลือบผิวสำเร็จมาแล้วจากโรงงานเพื่อนำไปปูและติดตั้งสามารถใช้งานได้เลย
การที่จะเลือกใช้ไม้พื้นประเภทใดควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นหลัก
โดยถ้าเป็นการใช้สำหรับคอนโดหรือบ้านจัดสรรของโครงการ
ซึ่งตอนรับโอนมางานสีภายในโดยเฉพาะสีผนังเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว
ดังนั้นหากไม่ต้องการให้เกิดความสกปรกขึ้น
โดยเฉพาะฝุ่นจากการขัดไม้ในระหว่างทำงานพื้น
ลูกค้าก็มักจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นสำเร็จรูปหรือในกรณีที่เป็นบ้านที่อยู่อาศัยแล้วแต่ต้องการปรับปรุงใหม่เป็นบางส่วนเช่น
ต้องการเปลี่ยนจากพื้นพรมเป็นพื้นไม้
สินค้าไม้พื้นสำเร็จรูปน่าจะเหมาะสมกว่า
สำหรับประเภทขัดทำ-สี
ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกเพราะยังเชื่อมั่นว่าไม้ประเภทดังกล่าวน่าจะใช้งานได้ทนทานกว่าโดยเฉพาะถ้าต้องการขัดใหม่เมื่อใช้งานไป
สักระยะหนึ่งดังนั้นถ้าในกรณีของหน้างานเป็นบ้านปลูกเอง
และสามารถจัดขั้นตอนของงานปูและขัดพื้นก่อนทำสีผนังเที่ยวสุดท้ายได้
หรือในกรณีที่ลูกค้าอาจจะมีโครงการที่จะทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลท์-อินซึ่งส่วนใหญ่สีผนังจะต้องทำใหม่อยู่แล้วลูกค้าก็อาจจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นประเภทขัด
ทำสีที่ว่านี้
ทีนี้ถ้าพูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องชนิดของไม้พื้น
ซึ่งถ้าแบ่งตามลักษณะการใช้งานพอจะจำแนกได้เป็น3ชนิด คือ
- ชนิดไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะค่า ประดู่ แดง เต็ง ฯลฯ
- ชนิดไม้กึ่งเนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ยางพารา โอ๊ค บีช เมเปิล
ฯลฯ
- ชนิดไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สนบางจำพวก ก้ามปู จามจุรี
บาร์ซา ฯลฯ
โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งสีจะเป็นโทนสีเข้มหรือมืด
แต่ถ้าเป็นไม้กึ่งเนื้อแข็งและไม้เนื้ออ่อน
โทนสีส่วนใหญ่จะเป็นสีออกปานกลางหรือสีอ่อนสว่างๆ
แต่ส่วนใหญ่ไม้เนื้ออ่อนไม่ค่อยนิยมนำมาทำพื้นกันเพราะนิ่มเกินไป
ดังนั้นไม้พื้นที่ใช้กันอยู่หลักๆจะเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งหรือกึ่งเนื้อแข็ง
ส่วนจะเลือกใช้ชนิดไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะเน้นเรื่องใดเป็นหลัก
ถ้าต้องการในเรื่องความแข็งของหน้าไม้เป็นหลักก็ควรจะใช้เป็นไม้ชนิดเนื้อแข็ง
เพราะจะสามารถกันเรื่องรอยขีดข่วนได้ดีว่าเนื่องจากเป็นเนื้อแข็งและสีเข้มทำให้ไม่ค่อยเห็นรอย
แต่ถ้าหากต้องการให้บ้านออกมาดูสว่าง
และต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูสีอ่อนๆหรือสีที่ดูทันสมัยก็น่าจะเลือกใช้เป็นไม้ชนิดกึ่งเนื้อแข็ง
ส่วนที่จะเป็นไม้ตัวไหนหรือสีอะไร
ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการว่าต้องการให้งานตกแต่งออกมาในแนวไหน
ถ้าต้องการให้ออกมาดูเป็นแนวโมเดิร์นกึ่งคลาสสิค
น่าจะเป็นพวกไม้โอ๊ค
หรือสักทองเพราะโทนสีจะออกมาเป็นโทนน้ำตาล
และมีลายไม้ค่อนข้างชัด
ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูนุ่มๆและอบอุ่น
ไม้พื้นน่าจะเป็นพวกไม้บีช ซึ่งจะมีสีออกชมพูส้มๆ
ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูสว่างมากๆ ไม้พื้นฮาร์ด เมเปิล
จะให้ความรู้สึกได้ดี เนื่องจากโทนสีจะเป็นสีขาวครีม
สำหรับโทนสีของไม้ยางพารา ซึ่งออกมาเป็นสีโทนเหลือง
ส่วนใหญ่ลูกค้าจะพิจารณาเลือกใช้
เนื่องจากต้องการพื้นไม้ที่สีอ่อนในงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น
พอจะสรุปจุดสำคัญๆและลำดับก่อนหลังขององค์ประกอบที่ใช้ช่วยในการตัดสินใจเลือกพื้นไม้ได้ดังนี้
1.
ควรคิดภาพรวมๆให้ได้ก่อนว่าอยากใช้เฟอร์นิเจอร์ออกโทนสีอะไร
สไตล์ไหน
ต้องการให้ห้องออกมาแนวไหนเพื่อที่จะเป็นตัวเลือกของชนิดไม้ให้แคบเข้า
จนกระทั่งเหลือชนิดเดียวหรือสองชนิด
2. เมื่อได้ชนิดของไม้ที่อยากได้แล้วก็คิดถึงว่า
ไม้ประเภทไหน (สำเร็จรูป หรือขัด-ทำสี)
น่าจะเหมาะสมกับลักษณะของการใช้งาน การติดตั้ง
และการดูแลรักษาของเรา
ส่วนใหญ่ถ้าเป็นไม้ประเภท
ขัด-ทำสีน่าจะหาได้สำหรับไม้ทุกชนิด
แต่ถ้าเป็นประเภทสำเร็จรูปอาจจะมีการผลิตเพียงบางชนิดไม้
(เนื่องจากส่วนใหญ่ของไม้พื้นสำเร็จรูปในปัจจุบันเป็นการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ)
บางชนิดไม้ก็อาจจะไม่มีการผลิตซึ่งเราก็อาจจะต้องปรับแนวทางความต้องการให้สอดคล้องกับสินค้าที่มีในท้องตลาดด้วย
3.
หาข้อมูลของไม้พื้นตัวที่เราหมายตาไว้จากบริษัทฯหรือร้านค้าที่สามารถที่จะให้ข้อมูลกับเราได้ทั้งในเรื่องของราคา
ข้อมูลการติดตั้ง การเตรียมสภาพของหน้างาน
เช่นปูนจะต้องทำเป็นผิวเรียบขัดมันหรือไม่ควรจะต้องลดระดับจากระดับที่ต้องการลงมาเท่าไร
ฯลฯ
หลังจากได้ข้อมูลต่างๆแล้วก็ลองประมวลดูว่าเป็นไปได้หรือไม่กับไม้พื้นตัวที่เราเลือกใช้
4.
ถ้าเป็นไปได้ควรจะเตรียมการดังกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ3เดือนเพื่อความพร้อมของหน้างาน
และเพื่อจะได้ไม้พื้นที่ตรงกับความต้องการของเราอย่างแท้จริง
เนื่องจากพื้นถือเป็นองค์ประกอบหลักส่วนหนึ่งของบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่จะทำให้บ้านหรือที่อยู่อาศัยนั้นๆออกมาดูดีหรือไม่
และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือพื้นเมื่อติดตั้งไปแล้วถ้าหากไม่ชอบ
และอยากจะเปลี่ยนจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากดังนั้นการเตรียมข้อมูล
ในการตัดสินใจให้พร้อมจะทำให้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว
|
หลากหลายคำถามที่เจ้าของบ้านอยากได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องพื้นไม้
ถาม -ไม้พื้นชนิดที่สีอ่อนๆเช่นพวกไม้โอ๊ค
บีช เมเปิล ยางพารา สน และอื่นๆ ปลวกกินหรือไม่
ตอบ -ถ้ามีตัวปลวกขึ้นมาแสดงว่าพื้นไม้ชนิดนั้นปลวกสามารถกินได้
แต่สามารถป้องกันและกำจัดปลวกได้
โดยสามารถปรึกษากับบริษัทที่เชี่ยวชาญการกำจัดปลวก
สำหรับพื้นไม้ชนิดที่เป็นไม้สัก
จะมีปัญหาเรื่องปลวกน้อยกว่าไม้ชนิดอื่น
ถาม -จะต้องเตรียมพื้นผิวหรือ
หน้างานอย่างไรในการปูพื้นไม้
ตอบ -โดยทั่วไปบริเวณที่จะปูพื้นไม้ควรเตรียมพื้นปูนไว้เป็นผิวเรียบขัดมัน
พร้อมปรับระดับให้พื้นเรียบเสมอมากที่สุด
เนื่องจากระดับพื้นมีผลต่องานที่ออกมาว่าเรียบร้อยหรือไม่
-ส่วนระยะของการลดระดับขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้
ความหนา และรอยต่อของพื้นที่ข้างเคียง
ดังนั้นควรขอคำปรึกษากับนักออกแบบหรือเจ้าหน้าที่ของผลิตภัณฑ์
ถาม -ขั้นตอนของงานปูพื้นไม้
กับงานอื่นๆ ควรจัดลำดับก่อนหลังกันอย่างไร
ตอบ -ขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้ที่จะปูดังนี้
ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทขัด-ทำสี
ควรจะปูก่อนทำการติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ประเภท บิลท์-อิน
เพราะงานจะดูเรียบร้อยกว่าการปูหลังจากติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แล้ว
และถ้าเป็นไปได้บริเวณที่จะทำการปูไม้พื้นประเภทขัด-ทำสี
ควรจะเหลือสีผนังและสีฝ้าไว้ 1 เที่ยว
เนื่องจากตอนขัดพื้นจะมีฝุ่นทำให้ผนังเลอะเทอะ
ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทสำเร็จรูป
ควรจะเข้าปูและติดตั้งเกือบจะเป็นงานสุดท้ายก่อนพรมและวอลเปเปอร์(ถ้ามี)
หากมีเฟอร์นิเจอร์ประเภทบิลท์-อิน
ควรจะเข้าหลังจากเฟอร์นิเจอร์
เสร็จหรือเกือบเสร็จเรียบร้อย
เหลือเพียงงานสีนิดหน่อยเพื่อที่พื้นจะได้ไม่เสียหาย
ถาม -ไม้เมืองหนาวมีปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดมากจริงหรือไม่
ตอบ -ไม่จริงเพราะปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดไม่ใช่เพราะเป็นไม้จากเขตเมืองหนาวหรือจากเขตร้อนชื้น
แต่เกิดขึ้นเพราะไม้พื้นที่นำไปใช้ผลิตมาไม่ได้มาตราฐาน
และเทคนิคที่กำหนด
สำหรับไม้จากเขตเมืองหนาวที่นำมาใช้ในเขตร้อนชื้น
จริงอยู่ถ้าหากเทียบระหว่างไม้จากเขตร้อนชื้น เช่น ไม้สัก
แดง มะค่า ประดู่ ฯลฯ มักพบปัญหาน้อยกว่าไม้จากเขตหนาว
เช่น ไม้โอ๊ค แอช บีช เมเปิล ฯลฯ
แต่หากไม้จากเขตร้อนชื้นไม่ได้รับการอบมาให้ได้มาตราฐาน
ก็มักเจอปัญหาเรื่องไม้หดตัวอยู่บ่อยๆ
แต่ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าในกรณีที่มีความชื้นจากภายนอกที่ไม่ปรกติมากระทบเช่น
น้ำท่วม น้ำซึม หรือน้ำรั่ว
ไม้ที่มาจากเขตเมืองหนาวจะมีโอกาสเกิดการบิดหรือ
โก่งตัวได้ง่ายกว่าและเร็วกว่าไม้จากเขตเมืองร้อนชื้น
ซึ่งเราก็คงต้องยอมรับในหลักการที่ว่า "
ของสวยก็ย่อมจะบอบบางกว่าและต้องการ
ทนุถนอมที่สูงกว่า "
ถาม -
มีข้อแนะนำอย่างไร ถ้าหากจะเลือกใช้พื้นไม้
ตอบ -อย่าตัดสินทุกอย่างที่ราคาอย่างเดียว
ควรพิจารณาในรายละเอียดที่เป็นองค์ประกอบด้วยทั้งในเรื่องคุณภาพของตัวไม้เองและคุณภาพของงานบริการปูและติดตั้งเพราะบางครั้งเงินที่คิด
ว่าประหยัดได้ 2-3 พันบาท
อาจจะสร้างความปวดหัวหรือความหงุดหงิดให้กับเจ้าของบ้านอย่างคาดไม่ถึง
รายละเอียดขั้นตอนการปู ขัด
และเคลือบผิวไม้พื้นประเภท ขัด-ทำสี
1.เตรียมความพร้อมของบริเวณที่จะทำการปูพร้อมเก็บกวาดทำความสะอาด
ในกรณีที่จะปูรองด้วยไม้อัด
จะทาด้านหลังไม้อัดด้วยน้ำยากันปลวก และเชื้อราก่อน
แล้วจึงยึดกับพื้นด้วยตะปูคอนกรีต
โดยการติดตั้งจะเว้นร่องห่างระหว่างแผ่นของไม้อัดสำหรับไม้อัดขยายตัว
2.ปูและติดตั้งไม้พื้นโมเสค / ปาร์เกต์ / ลิ้นรอบตัว /
รางลิ้นตามแบบที่กำหนดโดยใช้กาว
3.ทิ้งระยะเวลาให้กาวแห้ง และไม้ปรับตัวประมาณ 10-15 วัน
4.ขัดเครื่องด้วยกระดาษทราย เบอร์ 24 ,เบอร์ 60 และ เบอร์
100
5.ตีแป้ง และปั่นสไลด์ด้วยลูกหมูใส่จานกระดาษทรายเบอร์ 100
เพื่อทำให้พื้นผิวของไม้เนียนขึ้น
6.ทารองพื้นด้วยแชลคชนิดใสไม่มีจำนวน1 เที่ยว
7.ทาทับหน้าด้วยโพลียูลีเทน ชนิดเงาของ B-52 ' TOA
หรือเทียบเท่าจำนวน 4 เที่ยว โดยก่อนทาทับในแต่ละเที่ยว
จะทำทำการขัดลูบด้วยกระดาษทรายน้ำ
เพื่อทำให้ชั้นของโพลียูรีเทน
ที่ทาลงไปใหม่ยึดเกาะได้ดีขึ้น
8.ในกรณีที่มีการติดตั้งไม้บัวพื้นจะทำหลังจากการทารองพื้น
หมายเหตุ : ขั้นตอนที่ 5 และ 6
อาจจะทำสลับกันได้ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้
รายละเอียดขั้นตอนการปู
และติดตั้งไม้พื้นประเภทสำเร็จรูป
1.เตรียมความพร้อมของบริเวณที่จะทำการปูพร้อมเก็บกวาดทำความสะอาด
2.ปูรองพื้นด้วย EPE SHEET ความหนาประมาณ 2 ม.ม.
เต็มบริเวณที่จะปูพื้นไม้
3.ปูและติดตั้งไม้พื้นปาร์เกต์สำเร็จรูปประเภทแซนวิช 3
ชั้น ในระบบลอยตัว
(ไม่ได้ยึดด้านหลังของแผ่นไม้พื้นติดกับพื้นคอนกรีต)
และปูเป็นรูปลายปล่อย
โดยใส่กาวเฉพาะในร่องทางด้านข้างและด้านปลายของแต่ละแผ่นแล้วเคาะอัดเข้าด้วยกัน
กาวที่ใช้จะเป็นกาวปาเก็ตโต้ #1
ซึ่งเป็นมาตราฐานสำหรับปูไม้พื้นปาร์เกต์สำเร็จรูปโดยเฉพาะ
4.เก็บความเรียบร้อยของงานธรณีตามจุดต่างๆ
ในกรณีที่มีการติดตั้งไม้บัวพื้นจะทำการติดตั้งหลังจากที่ปูไม้พื้นเสร็จเรียบร้อย
|
| |
| |
|
|
ช่างเฟอร์นิเจอร์เบื้องต้น |
การทำสี |การติดลามิเนต|วัสดุงานก่อสร้าง
|การออกแบบ| |
| |
|

สามารถส่งแบบ หรือระบุ พรัอมงบประมาณได้ตามความต้องการ
รับงานเชียงใหม่ ลำพูนและทั่วราชอาณาจักร
Mobile: 084-0421318,085-8682962 Fax/Tel:
053-482653
Email:
meartprobuilt@gmail.com
|