|
ห้องนอน ห้องที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ
ของการแต่งบ้านกันเลยทีเดียว แต่จะว่าไปแล้วก็สำคัญเท่า ๆ
กันทุกห้องแหละค่ะ
เพียงแต่ห้องนี้เป็นห้องที่เรียกได้ว่าเป็นห้องส่วนตัว
ขึ้นชื่อว่า ส่วนตัว ใครๆ
ก็ต้องให้ความสำคัญมากกว่าส่วนรวมอยู่แล้วใช่มั้ยคะ
เราก็เลยขอนำเสนอการปรับปรุงห้องนอนกันอีกครั้งค่ะ
แต่ครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาที่เชื่อว่าหลายคนทื่ซื้อบ้านในโครงการจัดสรร
ต้องเจอคล้าย ๆ กับเราค่ะ แล้วเราแก้ปัญหากันอย่างไร
อยากรู้ก็ตามมากันเลย ห้องนอนใหญ่ขนาด 3.5 x 5.5 ม.
เป็นโจทย์ที่เราต้องใส่ฟังก์ชัน ของเตียงนอน , ตู้เสื้อผ้า
, และส่วนพักผ่อน ลงไปให้ลงตัวที่สุด ซึ่งจริง ๆ
แล้วฟังก์ชันเหล่านี้ก็เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
แต่การจัดวางให้ทุก ๆ
ส่วนสามารถใช้งานได้จริงและยังคงไว้ซึ่งความงามนั้นต้องบอกว่ายากมาก
ๆ ค่ะ
เนื่องจากลักษณะห้องเป็นห้องที่ความยาวมีมากกว่าความกว้างถึง
2 เท่า จะหยิบจะวางอะไรลงไปตรงไหนก็ดูเหมือนว่าติดขัดไปหมด
ดังนั้นเราจึงต้องวางแปลนให้ลงตัวก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปค่ะ
ห้องนอนที่ถูกกำหนดฟังก์ชันแบบบีบบังคับให้
ต้องแยกส่วนของห้องออกเป็น 2 ส่วนเท่านั้น
เนื่องจากประตูทางเข้าห้องถูกเจาะไว้เกือบจะกึ่งกลางของด้านยาว
ดังนั้นเราจึงมีพื้นที่ 2 ขนาด ใน 1 ห้อง
พื้นที่ขนาดใหญ่เราเลือกที่จะวางเตียงนอนลงไปพร้อม ๆ
กับไซด์บอร์ดทีวี
แต่ในความเป็นจริงถ้าเราวางไซด์บอร์ดไว้ในส่วนนี้เราก็จะไม่สามารถมีตู้เสื้อผ้าได้อีกเลยในห้องนี้
เพราะถ้าเราสังเกตดี ๆ
ผนังทุกด้านของห้องจะมีทั้งช่องแสงและช่องเปิดเต็มไปหมด
ข้อดีก็คือเราไม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาเรื่องของความอึดอัดอีกต่อไป
แต่ข้อเสียก็คือเราจะวางเฟอร์นิเจอร์ลงไปอย่างยากเย็น
ดังนั้นผนังด้านทึบที่ยาวที่สุดซึ่งก็คือฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอน
จึงถูกเราจับจองให้เป็นที่วางตู้เสื้อผ้า
ไปโดยปริยาย แต่ปัญหาก็ยังไม่จบแค่นั้นค่ะ
เนื่องจากด้านนี้แม้จะเป็นด้านที่ยาวที่สุด
แต่ก็เป็นด้านที่เป็นทางผ่านไปยังห้องน้ำ
ซึ่งหมายความว่าเรานอนเอาเท้าชี้ไปที่ประตูห้องน้ำเต็ม ๆ
แม้ไม่มีความรู้เรื่องฮวงจุ้ยแต่ก็เชื่อว่าการจัดวางแบบนี้ไม่เวอร์คแน่
ๆ
เท่านั้นยังไม่พอเรายังต้องแบ่งตู้เสื้อผ้าออกเป็น 2
ส่วนพร้อม ๆ กันด้วยค่ะ
แต่ก็ไม่เป็นไรแยกเป็นฟังก์ชันชายหญิงก็ยังพอมีเหตุผลเพียงพอ
พอจัดการเรื่องการจัดวางในส่วนนี้ลงตัวก็มาถึงการเลือก
หน้าบานตู้
ในตอนแรกเราเลือกหน้าบานตู้แบบเป็นกระจกเงาเพื่อช่วยในเรื่องของการพรางตาให้ห้องดูกว้างขึ้น
และใช้ทดแทนโต๊ะเครื่องแป้งที่ต้องตัดออกไปเนื่องจากปัญหาเรื่องขนาดห้องไม่ลงตัว
แต่ในที่สุดกระจกเงาก็ต้องยกเลิกไปเหมือนกัน
เพราะการที่เรานอนแล้วปลายเท้าหันไปยังกระจกเงาเป็นการผิดฮวงจุ้ยแบบเต็มๆ
(ลองนึกถึงภาพตอนตื่นมาอย่างงัวเงีย
แล้วลุกขึ้นมาเจอหน้าตัวเองในกระจกสิคะว่าจะน่ากลัวแค่ไหน
ไม่ต้องฮวงจุ้ยก็สมควรเปลี่ยนแปลงค่ะ) สุดท้ายก็มาลงตัวที่
หน้าบานกระจกฝ้า
นอกจากความโปร่งที่ได้แล้วความเป็นส่วนตัวก็ยังไม่เสียไปด้วยค่ะ
แล้วเราก็แก้ปัญหาเรื่องมุมมองทางเข้าห้องน้ำได้สำเร็จ
วิธีแก้ไขก็คือ เราทำประตูหน้าบานตู้เพิ่มขึ้นอีก 1
บานเพื่อหลอกว่าเป็นหน้าบานตูเสื้อผ้า
แต่ในความเป็นจริงแล้วพอเลื่อนบานนี้ไปทางซ้ายมือเราก็จะเห็นประตูทางเข้าห้องน้ำเหมือนเดิมค่ะ
( ใครจะเอาไปใช้เราก็ยินดีค่ะ) ใครไม่รู้ความจริงดูเผิน ๆ
ก็อาจจะคิดว่าตู้นี้ยาว 3 ม. อย่างแน่นอน
อันดับต่อมา เรามีความจำเป็นต้องวาง เตียงไว้ตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้า
เนื่องจากพื้นที่อำนวยมากที่สุด
ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าจะสนุกมั้ยที่ต้องนอนมองตู้อยู่ทุกๆวันน่ะค่ะ
( ต้องทำใจนิดนึงนะคะ
)แบบของเตียงเราเลือกแบบที่หัวเตียงนุ่ม ๆ ค่ะ
จะได้ไม่รู้สึกถึงความกระด้างและแข็งของหัวเตียงกัน
ปัญหาอันดับต่อมา ผนังด้านหัวเตียงที่เราทำเป็นชั้นวางของโชว์
2 ด้านนั้น
เดิมทีเป็นช่องเสาที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลยค่ะ
และถ้าเราไม่ลงมือบิวท์ชั้นไม้ลงไปล่ะก็ป่านนี้คงเป็นมุมกักฝุ่นอย่างแน่นนอน
มาต่อกันในส่วนที่ 2 ของห้อง
เราเลือกส่วนนี้ให้เป็นส่วนของความบันเทิง
ซึ่งแยกขาดจากส่วนพักผ่อนโดยมีประตูเข้าห้องคั่นค่ะ
มุมนี้เราวาง ไซด์บอร์ดและโซฟาลงไป
ถ้าจะเลือกความบันเทิงก็ต้องมาใช้บริการกันในมุมนี้เลยค่ะ
บรรยากาศของห้องเลือกสีสันในโทนสบาย ๆ
สีเฟอร์นิเจอร์เป็นสีเมเปิ้ลที่จะออกมาในแนวสว่าง
จะได้ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดเนื่องจากความเข้มของสีที่เลือกใช้
ส่วนสีประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน
ผ้าคลุมเตียงหรือหัวเตียง ก็จะออกมาในแนวครีม-น้ำตาล
ให้เกิดมิติของสีสันสร้างความน่าสนใจในห้องนี้ขึ้นมาได้ค่ะ
เรื่องของผ้าม่าน
เราเลือกเป็นแบบคอกระเช้าสร้างบรรยากาศสบาย ๆ พลิ้ว ๆ
ให้ห้องนอน
มากกว่าการที่เลือกใช้ผ้าม่านเป็นแบบมู่ลี่ปรับแสงแข็ง ๆ
ค่ะ
สีของผนังเปลี่ยนใหม่เป็นสีครีม
ให้เข้ากันกับโทนสีโดยรวมของห้อง
และใช้กรอบรูปสีดำติดลงไปบนผนังเพื่อสร้างความ Contrast
ที่น่าสนใจให้ผนังเรียบ ๆ ในราคาประหยัดค่ะ
ที่บอกว่าประหยัดก็คือเราเอาภาพถ่ายหรือภาพวาดฝีมือเราเองไปใส่กรอบ
ค่าใส่กรอบก็ตกอยู่ที่กรอบละ 200 - 300 บาทค่ะ
นอกจากไม่แพงแล้วยังภูมิใจได้อีกด้วยนะคะ
ส่วนของตกแต่งที่เหลือก็ขึ้นอยู่ที่ความชอบส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของค่ะ
ไม่มีถูกมีผิดอย่างแน่นอนเอาที่ความชอบของเราเป็นหลักน่าจะดีที่สุด
แต่ถ้าความชอบอาจจะรุนแรงไปนิด เช่น
ชอบสีแดงเป็นชีวิตจิตใจล่ะก็ลองสะกิดถามคนข้าง ๆ
สักนิดก็จะดีค่ะ
ท้ายสุดเรื่องของงบประมาณคราวนี้จะอยู่ที่ 99,400
บาท ซึ่งเราจะบอกทุกครั้งว่า
ราคาขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะหาช่างทำเฟอร์นิเจอร์และเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ออกมาเป็นอย่างไร
และต้องย้ำกันอีกครั้งว่า
อย่ารีบตัดสินใจแบบรวดเร็วนะคะค่อย ๆ ดูไปหลาย ๆ ร้าน
เอาโบรชัวร์มาเปรียบเทียบกัน และถามหาส่วนลดเสมอๆ
อย่าอายนะคะ 5-10 %
มีคุณค่ามากๆสำหรับราคาเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ใช่แค่ 1,000
หรือ 2,000 เท่านั้น...
บรรยายภาพ
1. ห้องโล่ง ที่ปัญหาจะตามมาอีกเพียบ
2. บรรยากาศใหม่แยกฟังก์ชันเป็น 2 ส่วน
ทำให้ต้องนอนมองดูตู้เสื้อผ้าอย่างเลี่ยงไม่ได้
3. ชั้นหัวเตียงที่บิวท์จากช่องเสาของเดิม
4. บนเตียงนอนนุ่ม ๆ
ที่ช่วยทอนความแข็งของตู้ไปได้บ้างและเลือกความบันเทิงจากโน๊ตบุ๊กคู่ใจแทน
5. ตู้เสื้อผ้าลึกลับที่เปิดไปเป็นห้องน้ำส่วนตัว
6. ฝั่งเดียวกับตู้เป็นโซฟากึ่งนั่งกึ่งนอน
7. มุมบันเทิงเล็กๆ ที่ยังรอเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยอยู่
8. มุมมองจากภายในห้องน้ำออกสู่ภายนอก
9. มุมต่อเนื่องจากเตียงนอนไปยังฝั่งของความบันเทิง
10. นอนบนโซฟามุมนี้ สามารถมองชื่นชมสวนด้านล่างได้
|