|
ห้องครัว
เป็นงานตกแต่งที่สร้างปัญหาหนักใจให้คุณพ่อบ้านแม่บ้านมากที่สุดก็ว่าได้
โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ใครหลายๆคนขู่ไว้เสมอ
"ทำใจไว้เถอะ แสนเป็นอย่างต่ำ"
เพราะห้องครัวมักมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น HOOD , เตา , ซิงค์ , เตาอบ
และอีกหลายชิ้นทีเดียวถ้าต้องการสร้างสวรรค์แบบเต็มรูปแบบในห้องครัว
แต่ถ้าความต้องการของเราไม่มากมายเท่านั้นล่ะ
เอาฟังก์ชันเท่าที่จำเป็นและสามารถใช้งานได้จริง มีเตา มีซิงค์มีตู้และเคาน์เตอร์แบบน่ารักๆ
ในห้องครัวขนาดกะทัดรัด 3.00 x 3.00 ม.
เราจะต้องเตรียมงบประมาณไว้สักเท่าไหร่ ตามมาดูพร้อม ๆ
กันเลยค่ะ
ห้องครัวที่พูดถึงนี้ เป็นห้องครัวเปล่าๆ
ที่ยังไม่มีอะไรเลยค่ะ
และเราจะทำการเพิ่มเติมฟังก์ชันที่จำเป็นรวมถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยที่จะทำให้ห้องครัวเปล่า
ๆ ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่า
ภาพ BEFORE ของงานนี้เราตามไปเก็บไม่ทัน
เนื่องจากงานค่อนข้างเร่งเอามากๆเลยค่ะ สเก็ตช์แบบเสร็จส่งให้ช่าง
หลังจากนั้นช่างก็เร่งทำเวลาจนเราสามารถเก็บภาพ BEFORE
ได้เพียงเท่านี้ค่ะ (คงต้องจินตนาการถึงห้องโล่งๆ
แทนไปก่อนนะคะ)
ตำแหน่งของห้องครัวห้องนี้อยู่ในส่วนหลังบ้านที่สามารถเดินเข้าออกได้
2 ทาง จากในบ้านเองและจากทางเข้าด้านข้างบ้าน
(เวลาที่ซื้อของพะรุงพะรังและไม่ต้องการเดินผ่านส่วนรับแขก)
ดังนั้นผังของห้องนี้ก็จะเหมือนกับที่ที่โดนถนนตัดผ่านนั่นแหละค่ะ
คือเราต้องเว้นที่แนวยาวของด้านที่ติดกับประตู 2 ฝั่ง
ให้เป็นส่วนทางเดินไปเลย
ที่เหลือจากนั้นก็เป็นพื้นที่ส่วนของห้องครัวค่ะ
ดังนั้นรูปแบบของเคาน์เตอร์จึงเป็นแบบ U SHAPE
รวมขนาดความยาวทั้งหมดของเคาน์เตอร์ก็จะอยู่ที่ 5.50
ม.(เว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไว้ด้วย) ความลึกที่ 0.45
ม. และตู้ลอยจะมีทั้งหมด 2 ด้าน
เว้นด้านที่เป็นหน้าต่างสำหรับระบายอากาศเท่านั้น
สีสันและดีไซน์เราเน้นให้ห้องขนาดเล็กดูกว้างขึ้น
ด้วยการเลือกสีไวท์โอ๊กของหน้าบานสลับกับกระจกฝ้า
เพื่อไม่ให้หน้าบานดูทึบและเลี่ยนเกินไป ส่วน TOP
ใช้เป็นลามิเนตสีดำ
เพื่อกันความสกปรกและใช้สีเข้มตัดกับหน้าบานให้ดูน่าสนใจขึ้น
ซึ่งพอช่างทำสีเฟอร์นิเจอร์เรียบร้อยแล้ว
เราย้อนกลับมาดูอีกครั้ง
สีไวท์โอ๊กที่เราเลือกตั้งแต่ครั้งแรก
ค่อนข้างใกล้เคียงกับสีขาวของผนัง (สีเดิมของผนังบ้าน)
ทำให้สีของเฟอร์นิเจอร์ครัวดูเก่าลงไป
แทนที่จะดูสวยหรือสะอาดตา
เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนสีผนังให้กลายมาเป็นโทนสีน้ำตาลอ่อน
เข้มกว่าสีของชุดครัว ในทันที
ผลที่ได้ก็คือผนังเข้มกว่าชุดครัว
ขับสีไวท์โอ๊กให้สวยมากขึ้นกว่าเดิมทีเดียว
เรากำหนดให้เตา้อยู่ในส่วนที่ติดกับหน้าต่าง
เพื่อช่วยในเรื่องของการระบายอากาศ
ส่วนซิงค์เอาทางด้านขวามือเนื่องจากเป็นด้านที่สามารถรับแสงจากหน้าต่างได้พอสมควร
ช่วยฆ่าเชื้อโรคและไม่ทำให้เกิดกลิ่นจากสิ่งสกปรกที่หมักหมมก่อนนำไปล้างได้ค่ะ
หน้าต่างที่รับแสงตลอดทั้งวัน เราใช้มู่ลี่พลาสติก
ที่สามารถปรับแสงได้ตามความชอบมาติดตั้งแทนผ้าม่าน
เพื่อช่วยกรองแสงในเวลาที่แดดส่องเข้ามาเกินพอดี
และยังทำความสะอาดง่ายหากเกิดคราบมันจากการผัดทอด
มาต่อกันที่ผนังด้านที่ใช้เป็นเส้นทางเข้าออกนะคะ
เนื่องจากผนังด้านนี้ยาว 3.00 ม.
และเป็นผนังที่เว้าแหว่งเพราะมีช่วงเสาถึง 2 ต้น
ทั้งหัวและท้ายของผนัง เราจึงกรุผนังใหม่ให้เรียบเสมอกัน
และ DROP ผนัง ให้เป็นช่องแนวยาว สำหรับวางรูปภาพตกแต่ง
แถมยังไม่ทำให้ทางเดินยาว ๆ ดูน่าเบื่ออีกด้วย
ต่อกันด้วยส่วนของโต๊ะทานข้าว
ซึ่งแยกออกมาจากส่วนของห้องครัว
เราเลือกใช้โต๊ะทานอาหารรุ่น TALOS
สีโอ๊กจากเอส.บี.เฟอร์นิเจอร์ และเก้าอี้ DALLAS -B
สีโอ๊กเช่นเดียวกัน และเพิ่มลูกเล่นบนผนังด้วยชั้นไม้ติดผนังสำหรับวางของตกแต่งสีสัน
เพื่อลดความดุดันของสีโอ๊กที่ใช้ในส่วนนี้ แทบทั้งหมด
เพดานด้านบนจากเดิมเป็นโคมซาลาเปาที่ติดดั้งเดิมของทางโครงการ
เราจัดการเปลี่ยนเป็นโคมห้อยเพดานสีออกโทนเหลืองทอง
เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้ส่วนนี้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
ท้ายสุดเราก็ดำเนินการมาถึงเรื่องของ PROP
ที่เติมเข้ามาสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็นแจกันสีสดๆ
รูปภาพและดอกไม้ จากเดิมที่เรามีแค่เฟอร์นิเจอร์
มองอย่างไรก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันแห้งแล้งไปเสียหมด
แต่พอเติมเจ้าของชิ้นเล็กน้อยลงไปเท่านั้น
ความสดชื่นก็ตามเข้ามาภายในห้องทันทีเลยค่ะ
และเชื่อว่าห้องนี้จะต้องเป็นห้องที่เต็มไปด้วยความสุขใจและอิ่มกายอย่างแน่นอน
สุดท้ายจริง ๆ กับเรื่องของงบประมาณ 109,400 บาท
ค่ะ ซึ่งงบประมาณนี้รวมถึงค่าของตกแต่งเล็กๆน้อยๆด้วย |