เริ่มต้นจาก....เจ้าของห้องเป็นหนุ่มโสดสุดแสนจะใจดี
ที่พวกเราเรียกกันว่า "พี่โอ๊ต" ผู้ชายโรแมนติกเจ้าของผลงาน
"ผู้หญิงชั้น 1"
ที่ผู้อ่านกำลังติดงอมแงมอยู่ในขณะนี้
ให้งบประมาณเรามาทั้งหมด 7 หมื่นบาทในการ Let ' s
change ห้องที่พี่เค้าเริ่มเบื่อ
และให้เราจัดการทุกอย่างให้ห้องออกมาสวยงามค่ะ
ห้องรับแขกที่ว่าเป็นมุมหนึ่งในคอนโดขนาดกะทัดรัด ที่มีทั้งหมด 2 ห้องนอน
1 มุมรับแขกและอีก 1 มุมทำครัวเล็ก ๆ ธีมเดิมของดีไซน์อยู่ในโทนของสีขาว
- ดำสะอาดตา โดยรวมแล้วห้องนี้ก็จัดว่าลงตัว
ทั้งข้าวของก็ครบครันสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
แต่...พี่โอ๊ต
ที่ใช้ชีวิตเกือบทั้งวันในคอนโดไม่ว่าจะทำงาน (
เขียนหนังสือ ) สังสรรค์กับเพื่อนๆ
หรือพักผ่อนในตอนกลางคืน กลับเริ่มรู้สึกเบื่อค่ะ
อยากเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ ในห้องนี้บ้าง
สร้างสีสันจากสีขาว - ดำ แบบเดิม ๆ ที่เคยเป็น
เราเริ่มต้นกันที่พื้นห้องก่อนค่ะ
จากเดิมพื้นห้องเป็นกระเบื้องเซรามิกสีขาว
ดูแล้วค่อนข้างแข็งไปสักนิดสำหรับความเป็นบ้าน
จะปูพรมก็เป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวายสำหรับการทำความสะอาด
วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือการเปลี่ยนเป็นพื้นไม้ลามิเนต
เพราะทั้งกรรมวิธีและเวลาที่ใช้ปูค่อนข้างเหมาะสมสำหรับเราและเจ้าของห้องเป็นที่สุด
บวกกับสีสันและขนาดก็มีให้เลือกอย่างจุใจ
สุดท้ายก็มาลงตัวกันที่พื้นสีบีชเพราะเป็นสีกลาง ๆ
ที่สามารถเอาเฟอร์นิเจอร์ต่างสีมาวางรวมกันได้อย่างกลมกลืนที่สุด
ข้อดีของการปูด้วยพื้นไม้ลามิเนตคือเราไม่ต้องรื้อพื้นกระเบื้องเดิมออกก่อนให้ยุ่งยาก
เราสามารถปูทับพื้นเดิมได้เลย
เพียงแต่ต้องปรับระดับพื้นให้เท่ากันก่อนเท่านั้น
และระยะเวลาที่ปูก็ไม่เกิน 1 วัน
เพียงแต่ผิวสัมผัสของมันก็อาจไม่ทัดเทียมได้กับไม้แท้ค่ะ
เฟอร์นิเจอร์ของเดิม โซฟา และโต๊ะกลางนั้น
เจ้าของห้องบอกว่าอยากเปลี่ยนใหม่หมด
แต่ตู้รองเท้ายังคงเดิมอยู่เพราะเพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน
และอยากได้โซฟาเข้ามุมนั่งสบาย ๆ สักตัว จะดูหนัง
ฟังเพลงหรือทานข้าวไปด้วยจะได้ไม่ต้องย้ายมุมไปไหนให้ยุ่งยาก
เราทำการสำรวจตลาดก่อน 1 วัน
เพื่อเสาะหาของที่เข้ากันได้ในราคาที่เจ้าของห้องไม่ลำบากใจ
โซฟาเข้ามุมที่พี่โอ๊ตรีเควสมานั้นมาจบอยู่ที่โซฟาเข้ามุมผ้ารุ่นโมนาโคสีครีม
จากเดิมราคา 54,000 บาท แต่ขณะที่เราซื้อนั้นทาง INDEX
ได้จัดช่วงลดกระหน่ำ ขายในราคาพิเศษ 16,990 บาท
ซึ่งถือว่าคุ้มมาก ๆ และโต๊ะกลางเราไปได้มาจาก LIFE
ในสไตล์เรโทรนิด ๆ สีขาว + กับTOPกระจกฝ้า ราคา 6,900
บาท ตัดกับพื้นไม้สีบีช
และเนื่องจากเจ้าของห้องมีนิสัยรักการอ่านการขีดการเขียนทุนเดิมอยู่แล้ว
เราจึงเพิ่มชั้นไม้สำหรับการวางหนังสือลงไปให้อีก 1 ชุด
ข้าง ๆ กับโซฟาเข้ามุม
ต่อท้ายด้วยตู้รองเท้าตู้เดิมติดกับประตูทางออก
ผนังสีขาวของเดิมพี่โอ๊ตอนุญาตให้เราเปลี่ยนแปลงได้
แต่ไม่อยากได้สีที่ฉูดฉาดมาก เราจึงนำเสนอสีเทาควันบุหรี่เข้มข้นให้
( เทาเข้มนั่นแหละค่ะ ) ซึ่งพี่เค้าก็ตอบตกลง
ทั้งนี้และทั้งนั้นการที่เราเลือกสีเทาก็เพราะอยากให้ห้องมีบรรยากาศ
SOFT
ลงมากกว่าสีขาวที่ค่อนข้างสว่างตาไปสักหน่อยสำหรับห้องที่ใช้สำหรับการพักผ่อนจริง
ๆ
เติมความสมบูรณ์แบบให้มุมนั่งเล่นด้วยพรมปูพื้น
ที่ไม่ใช่แค่สวยแต่เพียงอย่างเดียว
ถ้าใครไม่สมัครใจนั่งบนโซฟาเพราะไม่สามารถเหยียดแข้งเหยียดขาได้ตามใจชอบ
ก็ยังทิ้งตัวลงบนพรมได้ตามสบายอีกด้วย
ก่อนที่ห้องจะสวยสมบูรณ์ในขั้นตอนสุดท้ายนั้น
พี่โอ๊ตก็ขอแสดงฝีมือในการเลือก PROP.
ของห้องทั้งห้องด้วยตัวเองค่ะ ในเวลาแค่ 3
ชั่วโมงที่พี่โอ๊ตขอตัวไปชอปปิ้งที่สยามดิสคัฟเวอรี่นั้น
เชื่อมั้ยคะว่า PROP.
ทั้งหมดที่เลือกมาสามารถลงตัวเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับธีมของการตกแต่งใหม่เลยทีเดียว
(
บอกแล้วว่าไม่ใช่ว่าต้องเป็นดีไซเนอร์เท่านั้นที่จะแต่งบ้านได้สวยน่ะ
)
และสุดท้ายกับผนังโล่งหลังโซฟาเข้ามุม
ที่ใช้กรอบรูปขนาดกำลังพอเหมาะพอดีกรอบเดิมจัดวางลงไป
ให้ห้องนี้มีมิติทางความสูงเพิ่มขึ้น ไม่แบนจนเกินไป
แต่ถ้าจะสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิมเติมโคมไฟตั้งพื้นควบคู่ไปด้วยก็จะดียิ่งขึ้นค่ะ
เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ
ในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแบบถูกใจในราคาสบายกระเป๋านั้น
ไม่ยากค่ะแต่ต้องอาศัยจังหวะและความขยันสักนิด
อย่าเพิ่งจบเพียงการเลือกซื้อแค่ร้านเดียว (
แต่ถ้าถูกใจในรูปแบบการดีไซน์แล้วนั้น ก็ไม่ว่ากันค่ะ )
เก็บรวบรวมโบรชัวร์ของแต่ละร้านมาพิจารณาก่อน
เลือกตัวที่สนใจและถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นดูในใบปลิวแผ่นใหญ่
ๆที่มักจะลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ด้วยจะยิ่งดีขึ้นค่ะ
พอได้ข้อมูลทุกอย่างครบแล้วลุยต่อได้เลยค่ะ
ขอให้ทุกคนโชคดีได้ห้องที่ถูกใจในขณะที่กระเป๋าสตางค์ไม่บาดเจ็บค่ะ
แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า
ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเป็นภาคต่อตอนจบของมุมนั่งเล่นและมุมทานข้าว
รับรองว่าน่าสนใจไม่แพ้กันแน่นอนค่ะ |